AR-32120-00096 [ ได้รับทุนจากโครงการ ]
พิพิธภัณฑ์ครูประกำใหญ่ (พ่อมาก สุขศรี)
-
ประเภทวัฒนธรรม
จับต้องได้ : Tangible.
หมวดหมู่วัฒนธรรม
สถาปัตยกรรม
AR:ARchitecture
พิพิธภัณฑ์
ข้อมูล/ประวัติ
ศาลปะกำ เปรียบเหมือน ศาลประภูมิประจำบ้าน แต่ศาลปะกำเป็นสถานที่อันเป็นที่สิงสถิตวิญญาณบรรพบุรุษและผีปะกำ ตามความเชื่อของชาวกูย โดยศาลปะกำจะมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวกูยตั้งแต่เกิดจนตาย เนื่องจากชาวกูยจะมีความเชื่อว่าศาลปะกำเป็นทิ่สิงสถิตของบรรพบุรุษ การจะทำกิจกรรมใดก็ตามในครัวเรือนช้างจะต้องมีการเซ่นไหว้ศาลปะกำ ซึ่งในพิพิธภัณฑ์ครูบาใหญ่ (พ่อมาก สุขศรี) จะได้เรียนรู้ประวัติครูบาใหญ่ที่จับช้างป่าได้มากที่สุดพร้อมชมเครื่องมือจับช้างและเครื่องใช้ของครูบาใหญ่ที่ลูกหลานยังรักษาไว้อย่างดี


เส้นเวลา/มิติเวลา (Timeline/TimeDimention)
    เส้นเวลา : พ.ศ. 2463 - 2463
   

           เหตุการณ์ :   พ่อมาก สุขศรี เกิดเมื่อ 9 สิงหาคม 2463 เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบ้านกระโพ แม้จะไม่ได้ศึกษาต่อ แต่พ่อมาเรียนรู้ชีวิตจากป่าดงพงไพร และวิชาที่เรียนรู้จนแตกฉานมากที่สุดคือ การจับช้างป่า ได้ศึกษาและเรียนรู้นายแก้ว สุขศรี จากบิดา ซึ่งเป็นครูบาใหญ่หรือหมอใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ในขณะนั้น
           ผลกระทบ :   นายแก้ว สุขศรี ได้ถ่ายทอดการจับช้างให้ลูกของตน คือ มาก สุขศรี

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2480 - 2481
   

           เหตุการณ์ :   ในปลายปี 2480 ต่อต้นปี 2481 พ่อมากได้รับอนุญาตจากบิดาให้ออกจับช้างป่าได้อย่างอิสระ ให้มีสิทธิและผลประโยชน์จากการจับช้างป่าเท่าเทียมกับหมอช้างคนอื่นๆ ซึ่งพ่อมากก็สามารถจับช้างป่าได้อีก 1 ตัวโดยลำพัง
           ผลกระทบ :   นายมาก สุขศรี ได้รับสิทธิและผลประโยชน์จากการจับช้างป่าเท่าเทียมกับหมอช้างคนอื่นๆ

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2480 - 2480
   

           เหตุการณ์ :   ขณะอายุ 17 ปี ได้เดินทางไปจับช้างครั้งแรกที่ประเทศกัมพูชในฐานะควาญมะ พ่อมากสามารถจับช้างป่าได้เป็นครั้งแรกด้วยอายุเพียง 17 ปี แต่ยังไม่ได้ขึ้นเป็นหมอสะเดียงเนื่องจากอายุยังน้อย เกรงจะถือกรรมหรือปฏิบัติตามข้อห้ามไม่ได้ (คะลำ)
           ผลกระทบ :   การจับช้างได้เป็นครั้งแรกของ นายมาก สุขศรี

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2482 - 2482
   

           เหตุการณ์ :   พ่อมาก สุขศรี ได้เข้าพิธีปะชิเป็นหมอสะเดียง โดยมีหมอนุยและหมอตุ๋ย ศาลางาม สะดำใหญ่ เป็นผู้ทำพิธีให้
           ผลกระทบ :   การเข้าพิธีปะชิเป็นหมอสะเดียง ซึ่งเป็นตำแหน่งขั้นแรกของการจับช้าง

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2488 - 2494
   

           เหตุการณ์ :   พ.ศ.2488-2494 หมอสะเดียงมาก สุขศรี ได้ออกจับช้างทุกปี และจับช้างได้ทุกครั้ง บางครั้งจับได้มากกว่า 1 ตัว และออกช่วยควาญและครูคนอื่นจับช้างป่าตามประเพณีอันดีงามที่ถือปฏิบัติมาแต่โบราณ
           ผลกระทบ :   ความชำนาญในการจับช้างที่เพิ่มขึ้น

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2495 - 2497
   

           เหตุการณ์ :   พ.ศ.2495 หมอสะเดียงมาก สุขศรี เป็น “หมอปะชิ” ออกจับช้างป่าและสามารถจับได้ด้วยตนเอง จึงได้ฐานเป็น “หมอสะดำ” และยังออกจับช้างป่าอย่างสม่ำเสมอ ออกจับช้างป่า ครั้งละ 2 - 3 เดือน เมื่อจับช้างป่าได้ก็นำมาฝึกปรือ บำรุงรักษาจนช้างมีความเชื่องกลายเป็นช้างบ้าน และคัดเลือกช้างที่มีลักษณะดีไว้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จนสามารถจับช้างตัวที่ 24
           ผลกระทบ :   การจับช้างตัวที่ 24 ซึ่งการจับช้างจำนวนมากขึ้นส่งผลต่อตำแหน่งหมอช้างที่สูงขึ้น

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2495 - 2495
   

           เหตุการณ์ :   นับแต่ พ.ศ.2495 เป็นต้นมา หมอมาก สุขศรี ในฐานะหมอสะดำ เป็นผู้นำในพิธีกรรมต่างๆ แทนบิดาที่ชราภาพมาแล้ว เช่น พิธีรับขวัญลูกช้างเกิดใหม่หรือช้างที่จับหรือจัดหามาใหม่ พิธีตัดงาช้าง พิธีเซ่นผีปะกำ (เป็นพิธีกรรมประจำปีของตระกูลเจ้าของช้าง)
           ผลกระทบ :   ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งหมอสะดำสามารถประกอบพิธีกรรมได้

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2498 - 2500
   

           เหตุการณ์ :   พ.ศ.2498 หมอสะดำมาก สุขศรี ปะชิออกจับช้างป่าได้เป็นตัวที่ 25 จึงได้ฐานะเป็นครูบาหรือปะกำใหญ่ตั้งแต่บัดนั้นมา และหลังปี พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ก็ไม่มีการเข้าไปจับช้างในเขตป่าเขมรอีกเลย เนื่องจากมีการปิดชายแดนจวบถึงวันนี้
           ผลกระทบ :   ได้รับฐานะเป็นครูบาหรือปะกำใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของหมอช้าง

    เส้นเวลา : พ.ศ. 2516 - 2549
   

           เหตุการณ์ :   ได้รับแต่งตั้งจากทางการให้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน บ้านศาลา หมู่ที่ 11 ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จนเกษียณอายุ และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2549 สิริอายุรวม 86 ปี 4 เดือน 7 วัน ทำหน้าที่ในตำแหน่งมะ หมอสะเดียง หมอสะดำ ครูบา และครูบาใหญ่ สืบสานวัฒนธรรมกูยเลี้ยงช้าง จังหวัดสุรินทร์ ต่อเนื่องยาวนาน 70 ปี
           ผลกระทบ :   หมอช้างที่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เป็นผู้นำที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาเชื่อถือ เป็นแบบอย่างในการเป็นผู้นำที่เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนร่วม

ที่ตั้ง
เลขที่ : บ้านศาลา ต. กระโพ อ. ท่าตูม จ. สุรินทร์ 32120
บุคคล/กลุ่มผู้ให้ข้อมูล
- นางทองสุข สง่างาม
ผู้บันทึกข้อมูล
- นางวิจิตรา โพธิสาร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ : 2566 Open Call
ช่องทางติดต่อ
-
มีผู้เข้าชมจำนวน :572 ครั้ง
บันทึกข้อมูลเมื่อวันที่ : 21/01/2024 - ปรับปรุงล่าสุดวันที่ : 29/07/2024